เมษายน 27, 2008

ยิ้มให้บ่อยที่สุด หมายถึงยิ้มให้ตัวเอง และให้คนอื่น
ตื่นเช้าๆ นอนดึกสักหน่อย จะได้มีเวลาดูโลกมากๆ
เห็นโลกให้มากที่สุด นั่นหมายถึงเดินเล่นดูโลกเยอะๆ
ไม่ต้องกินทุกสิ่งที่อร่อย แต่น่าจะอร่อยกับทุกสิ่งที่กิน
ไม่ต้องรักทุกคน ไม่ต้องทำให้ทุกคนรัก แค่มีบางคนที่รักกันจริงๆ
หายใจในจังหวะที่พอดี ไม่ถี่ ไม่เนือยจนเกินไป
ได้อยู่กับครอบครัว ปล่อยมุกให้เขาฮา และฮามุกของเขา
สะสมปัญญา ไม่ใช่เพราะอยากฉลาด แต่จะได้ไม่ทุกข์
เข้าใจโลกเพิ่มขึ้นทุกวัน เข้าใจมันอย่างที่มันเป็น
ในโลกมีคน เข้าใจโลกหมายถึงเข้าใจผู้คนด้วย
โกรธให้น้อย ชีวิตสั้น โกรธกันมันเสียเวลา
ดื่มน้ำให้มาก นั่นหมายถึงน้ำทุกประเภท
บางวันโค้กก็อร่อย บางวันก็โออิชิ บางวันก็ชาอู่หลง
เกิดมาตั้งนาน จะดื่มน้ำอย่างเดียวมันเศร้าไปหน่อย
แต่ไม่น่าดื่มอะไรซ้ำๆ กันนานๆ เดี๋ยวจะหวานหรือจืดเกิน
แต่น้ำไม่ใช่คน คนไม่ได้มีไว้ดื่ม และคนหนึ่งคนก็มีหลายรสชาติ
คบคนจำนวนมาก หากดูแลใส่ใจเขาได้
หากไม่ไหว น้อยไว้อาจจะดีกว่า
หาความตื่นเต้นใหม่ๆ ให้ชีวิตบ่อยๆ จะได้รู้สึกอยากหายใจต่อไป
ไม่ทิ้งขยะไว้บนโลก โลกมีขยะเยอะแล้ว
สร้างสรรค์อะไรทิ้งไว้บ้าง มุมหนึ่งคือจะได้ภูมิใจ
อีกมุมคือ ความหมายของการเกิดมา
ฟังเพลงเพราะๆ ไม่ด่าเพลงที่ตัวเองคิดว่าไม่เพราะ
เพราะอาจมีคนอื่นเขาชอบเพลงนั้นก็ได้
เอาปากมาร้องเพลงที่เราชอบ ดีกว่าเอาปากไปด่าเพลงที่ไม่ชอบ
อ่านหนังสือให้เยอะที่สุด หนังสือดีๆ อ่านทั้งชีวิตก็ไม่หมด
ถ้าใช้เวลากับเรื่องไร้สาระน้อย จะมีเวลาให้เรื่องมีสาระเยอะ
แต่เรื่องมีสาระมีมาก เวลาเท่าไหร่ก็ไม่พอ
“สาระ” ของแต่ละคนต่างกัน
เรื่องไร้สาระของบางคนอาจเป็นเรื่องมีสาระของบางคน
มีหนังสือหลายเล่มที่อยากอ่านก่อนตาย
ถ้าตายแล้วไม่ได้อ่านก็วางมันไว้บนโลกนี่แหละ
ถ้าชาติหน้ามีจริงจะกลับมาอ่าน ถ้าไม่มีก็ดีแล้ว
คุยกับคนต่อหน้ามากกว่าผ่านอินเตอร์เน็ต
เวลาจ้องตากันนี่มันดีนะ
หลับให้สบาย วางความคิดไว้ข้างเตียง
เกิดมาทั้งทีควรหลับฝันดีทุกคืน (หรือไม่ก็ไม่ต้องฝัน)
หากมีคนที่เราอยากให้เขาฝันดี น่าจะบอกเขาบ่อยๆ
มันไม่ได้ศักดิ์สิทธิ์ขนาดจะบันดาลให้มันเป็นจริงหรอก
แต่เขาจะได้รู้สึกดีตั้งแต่ก่อนฝันแล้ว
เวลาหลับเราต้องการความสงบ เวลาตื่นต่างหากที่เราอยากยิ้ม
เกิดมาทั้งทีน่าจะได้ทดลองทำในสิ่งที่อยากทำ
รู้ได้ไงว่าจะได้เกิดมาลองอีกหน โทรไปถามพระพรหมแล้วหรือ
ความสำเร็จ คือการได้ลงมือทำ
ความผิดพลาดคือ อยากแล้วไม่ลอง
ผิดคือครู ไม่ผิดจะเรียนรู้จากใคร
เวลาผ่านไปทุกวัน โอกาสก็ยิ่งน้อยลง
เคารพคนแก่ที่น่าเคารพ เช่นเดียวกับเคารพเด็กที่น่าเคารพ
วันหนึ่งเราจะแก่เหมือนเขา ศึกษาจากความแก่ ดูแลความชรา
เลือกดูทีวีที่ “น่าดู” ใครก็รู้ว่า “น่าดู” คืออะไร
ของใครก็ของมัน
ไปทะเลบ้าง ทะเลมันกว้าง ใหญ่ ช่วยขยายใจได้
ไปภูเขาบ้าง ภูเขามันสูง ตระหง่าน อยู่นานกว่าคน
ขำ-เวลาที่อยากขำ ไม่ต้องอั้นทำเก๊กว่า-ไม่เห็นขำตรงไหน
ชม-เวลาเจออะไรที่ชอบ เก็บเอาไว้ ตายไปไม่ได้บอก
ชื่นชม-สิ่งที่อยากชื่นชม
หากมัวเอาเวลาไปตั้งแง่ จะเหลือเวลาที่ไหนให้ชื่นชม
ความสำเร็จอาจเหมือนก้อนอิฐ ที่ต้องก่อร่างทีละก้อน
เพื่อเห็นผลสำเร็จในปั้นปลาย หากไม่ก่อวันนี้จะมีตึกไหม
หรืออาจเหมือนลมหายใจที่ไหลวนปนอยู่ในชีวิตทุกวินาที
แทนที่จะสำเร็จตอนอายุสี่สิบ ห้าสิบ หกสิบ หรือเจ็ดสิบ
ทำไมเราไม่สำเร็จมัน ณ วินาทีนี้เลย
คนเราอาจประสบความสำเร็จได้ในทุกวินาที
แต่เราจะประสบความสำเร็จได้
คงต้องตอบตัวเองก่อนว่า
นิยามของความสำเร็จของเราคืออะไร
เมื่อตอบได้ และทำมันสำเร็จ
นั่นอาจนับได้ว่า เกิดมา เราประสบความสำเร็จแล้ว

*แรงบันดาลใจจาก Ralph Waldo Emerson

...อ่านเจอถูกใจเลยเก็บมาไว้อ่าน อยากแบ่งปันให้เพื่อนๆที่ผ่านมาอ่านได้อ่านมั่ง(อิอิ รึจะเคยได้อ่านแล้ว.... เหลือแต่เราที่ไม่เคยอ่าน)

ตามไปอ่านต่อได้ค่ะ

http://roundfinger.wordpress.com/

โดยคุณนิ้วกลม ยื๊มมาแปะต่อนะคะ


Blog Entryขายหมู...Jun 7, '08 9:57 AM
for everyone

                                 

คณิตคิดในจายยยย

ซื้อหมูมาในราคา 200บาท

ขายไปในราคา 300 บาท 

ต่อมาซื้อหมูมาอีกในราคา 400 บาท 

แล้วขายไปในราคา 500 บาท

..........ถามว่าจะได้  กำไร  เท่าทุน  หรือขาดทุน...(อธิบายคำตอบด้วยนะคะ)

เนื่องจากอบรมมาวันนี้โดนวิทยากรถามมา


Blog Entryรักน้องดีกว่าApr 12, '08 12:27 PM
for everyone

น้องของฉันเพิ่งเกิดเมื่อไม่นานนี้
น้องมีดวงตากลมโต ...น่ารัก
ใครๆ ก็รักน้องตาโตกันหมดทุกคน

แม่ป้อนนมน้อง
พ้อจ้องมองน้อง
ตาอุ้มน้อง   ยายยิ้มให้น้อง
ปูกับย่า  ก็กำลังจะมาเยี่ยมน้อง

ไม่มีใคร...
ป้อนนมให้เรา
จ้องมองเรา
อุ้มเรา ยิ้มให้เรา
และไม่มีใคร
มาเยี่ยมเราเลยสักคน!
จะมีใครรู้บ้างไหม
ว่าฉันว้าเหว่เหลือเกิน

วันนี้น้องตาโตร้องไห้เสียงดัง
ยิ่งร้องก็ยิ่งดัง หนวกหูจริงๆ
"อย่างนี้ต้องหยิก!
จะได้ไม่ร้องอีก "

ฉันกำลังจะหยิกน้องตาโต  แม่ตื่นมาพอดี แล้วพูดว่า
.."อุ๊ย!น่ารักจังหนูจะหอมแก้มน้องหรือลูก"

ฉันกำลังจะหยิกน้องตาโต  พ่อก็เดินมาพอดี  แล้วพูดว่า
"น่ารักจังเลย  หนูกำลังจะอุ้มน้องหรือลูก"

ฉันกำลังจะหยิกน้องตาโต   ตากับยายก็ลงบันไดมา  แล้วพูดว่า
"น่ารักจังเลย  หนูกำลังปัดยุงให้น้องหรือลูก"

ถ้าฉันจะหยิกน้องตาโตอีก  ปู่กับย่าก็คงจะมาถึงพอดี  แล้วก็คงพูดว่า
"น่ารักจังเลย หนูกำลังจะเปลี่ยนผ้าอ้อมให้น้องหรือลูก"

"ไม่ทำดีกว่า  จะหยิกน้องสักที  ช่างยากเหลือเกิน "

รักน้องสิ!
รักน้องดีกว่า
ทำได้ง่ายจริงๆ
ดูซิ!น้องน่ารักเหลือเกิน

อ่านแล้วน่ารักดี แบบว่า มีอิจฉาน้องแบบน่ารักนิดๆ..อิ อิเข้ากับตัวเราเยย

จากหนังสือชุด..บ้านนิทาน แต่งโดยนพดล เจนอักษร  ภาพน่ารักๆ..เยาวภาพ จีราระรื่นศักดิ์
ได้มาจากงานสัปดาห์หนังสือค่ะ


Blog EntryครูMar 25, '08 10:53 AM
for everyone

                      การเป็นครูนั้นไซร้ไม่ลำบาก
                             แต่สอนดีนั้นยากเป็นนักหนา
                      เพราะต้องใช้ศิลปวิทยา
                            อีกมีความเมตตาอยู่ในใจ
                                                         ม.ล.ปิ่น    มาลากุล


                   กล้วยไม้มีดอกช้า          ฉันใด
                    การศึกษาเป็นไป            ฉันนั้น
                    แต่ออกดอกคราวใด        งามเด่น
                    การศึกษาปลูกปั้น           เสร็จแล้วแสนงาม
                                                          ม.ล.ปิ่น    มาลากุล


                     การอบรมบ่มนิสัยให้ศิษย์นั้น
                      เพียงแค่วันละนาทียังดีถม
                      ศิษย์จะดีมีชื่อหรือล่มจม
                      อาจเป็นเพราะอบรมหนึ่งนาที
                                                      ม.ล.ปิ่น    มาลากุล
     วันนี้อบรมเกี่ยวกับการเรียนรู้ หน้าปกเอกสารการอบรมมีกลอนของ มล.ปิ่น มาลากุลบทแรก อ่านแล้วชอบๆเลยหามาเพิ่มเติมด้วย  คิดถึงคุณครูเก่าๆ+เป็นการเตือนใจตัวเองนิดๆซักหน่อย..อิอิ



ทุกครั้งที่เรารู้สึกไม่สมหวังกับเรื่องบางเรื่อง
สิ่งเดียวที่เราต้องการจะได้รับมา
เพื่อทดแทนความรู้สึกผิดหวังนั้น
ก็คือ  กำลังใจ
หากแต่กำลังใจที่เราอยากได้
มักเป็นกำลังใจที่คนอื่นให้เรา...
ไม่ใช่กำลังใจที่เราให้กับตัวเอง
ทุกคนรู้ว่าเราสามารถให้กำลังใจตัวเองได้
แต่เราก็มักไม่ทำ
ทุกคนมีสองมือเอาไว้เช็ดน้ำตา
แต่กลับอยากให้คนอื่นมาเช็ดให้มากกว่า
ทุกคนที่หกล้มสามารถลุกขึ้นมายืนอีกครั้งได้
ด้วยแรงกำลังที่เหลือของตัวเอง
แต่บางครั้งเราก็กลับนั่งฟุบร้องไห้อยู่ตรงนั้น
เพราะอยากรอให้มีใครสักคนมาฉุดดึงเรา  ให้ลุกขึ้นมากกว่า
หากว่าในช่วงเวลานั้น มีคนนั้นอยู่ข้างๆเราก็ดีไป
แต่หากว่ามันไม่มี...
แล้วเราจะต้องรอคอยกำลังใจไปอีกนานแค่ไหน
ถ้าหากว่าช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต
ไม่มีใครสักคนที่พร้อมจะมานั่งปลอบใจ  และอยู่เคียงข้างเรา
เราจะก้าวเดินไปข้างหน้าได้อย่างไร...
หากไม่รู้จักให้กำลังใจตัวเอง
ทุกครั้งที่เราต้องร้องไห้
ผิดหวัง หรือ ล้มลง
อย่างเพียงมองหาคนอื่นมาฉุดเราให้ลุกขึ้น
แต่จงปลุกกำลังใจภายในจิตใจของตัวเอง
ให้ลุกขึ้นมายืนอยู่เคียงข้างเราให้ได้

อิอิ...ลอกเขามา..แค่ได้มีชีวิตนี้มันก็ดีที่สุดแล้ว ..โดย ณัชชา...


Blog Entryกล่องเก็บแรงJan 31, '08 11:45 AM
for everyone

แรงพลังในตัวเรามีมากแค่ไหน

ไม่มีใครสามารถวัดได้

คนตัวเล็กใช่ว่าจะมีแรงน้อย

และคนตัวใหญ่ก็ใช่ว่าจะต้องมีแรงมากกว่า

แรงพลังของคนเรานั้น...ขึ้นอยู่กับความคิด  ความพยายาม และความตั้งใจ

คนที่คิดเสมอว่าตัวเองต้องทำได้

แม้จะล้มเหลวไปกี่ครั้งก็ยังมีพลังขึ้นมาใหม่ได้เรื่อยๆ

คนที่มีความพยายามมาก

แม้จะไม่มีโอกาสและไม่มีความหวังสักเท่าไหร่

ก็ยังคงมุ่งมั่นออกแรงต่อสู้ฝ่าฟันได้อย่างไม่ย่อท้อ

คนที่มีความตั้งใจจริง แม้หนทางที่เดินนั้นจะเต็มไปด้วยอุปสรรคปัญหา

หรือแม้จะรู้สึกว่าเรี่ยวแรงหมด  แต่ก็ยังไม่ยอมให้หมด

..ทุกคนมีกล่องเก็บแรงที่ไม่สามารถมองเห็นข้างในได้

บางครั้งที่คิดว่าเอาเรี่ยวแรงออกมาใช้หมดแล้ว...ความจริงมันอาจจะยังไม่หมด

และข้างในกล่องเก็บแรงนั้น   อาจยังมีเรี่ยวแรงอีกมากมายรอให้เราใช้มัน

..ใครใช้มาก ชีวิตก็ดีมากตามไปด้วย

หากใครไม่ใช้ ชีวิตที่ดีก็คงอยู่ไกลเกินไปถึง

..จากหนังสือ...แค่ได้มี ชีวิตนี้ มันก็ดีที่สุดแล้ว....ณัชชา เขียน


มีขยะที่ต้องเก็บหลังงานปาร์ตี้เลิก
นั่นหมายความว่าเราได้อยู่กับเพื่อนๆ

มีภาษีที่ต้องจ่าย
หมายความว่าเรามีงานทำ

มีเสื้อผ้าคับเกินไป
หมายความว่าเรามีอาหารเพียงพอที่จะกิน

มีเงาตามหลังขณะเราทำงาน
หมายความว่าเราได้ออกไปรับแสงแดด

สนามหญ้าที่ต้องตัด หน้าต่างที่ต้องทำความสะอาด ท่อน้ำที่ต้องซ่อม
หมายความว่าเรามีบ้านอยู่

เสียงด่ารัฐบาลที่เราได้ยิน
หมายความว่าเรามีเสรีภาพที่จะพูด

ได้ที่จอดรถที่ไกลที่สุดของพื้นที่จอด
นั่นหมายความว่าขาเรายังเดินได้

เสื้อผ้ากองใหญ่ที่ต้องซักรีด
หมายความว่าเรายังมีเสื้อผ้าใส่

รู้สึกเมื่อยล้าหลังการทำงานในแต่ละวัน
หมายความว่าเรายังทำงานได้

เสียงนาฬิกาปลุกที่ดังขึ้นทุกเช้า
หมายความว่าเรายังมีชีวิตอยู่

http://www.saranair.com/article.php?sid=10477


การมีความรักเป็นสิ่งดี ไม่ว่าจะรักพ่อแม่ พี่น้อง เพื่อนรู้ใจ สัตว์เลี้ยง ฯลฯ เมื่อมีความรักทำให้เราสดชื่น มีกำลังใจและมีความสุข อย่างไรก็ตามมีความรักอีกอย่างที่สำคัญไม่แพ้กันคือ รักตนเอง แต่ไม่ได้หมายถึงหลงตัวเอง เห็นแก่ตัว ถือว่าตนดีกว่าคนอื่นหรือเหย่อหยิ่งจนไม่น่าดู แต่เป็นความรักที่ทำให้เราคิดดีต่อตนเอง เพิ่มความมั่นใจให้แก่ตนเอง รู้สึกว่าตนเองมีค่ามากขึ้น หลายๆ คนที่ไม่รักตนเองมักประสบกับปัญหาภาวะซึมเศร้า มีแนวโน้มที่จะทำร้ายตนเองด้วยการฆ่าตัวตาย หรือหันไปพึ่งยาเสพติด แล้วอะไรคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้คนไม่รักตนเอง?

โดยรวมแล้วขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เพราะตั้งแต่แรกคนเราไม่ได้เกิดมาพร้อมกับความรู้สึกมั่นใจตนเอง สภาพแวดล้อมและคนรอบตัวต่างหากที่เป็นตัวกำหนด เช่น การเลี้ยงดูตั้งแต่ยังเล็ก ซึ่งหากเด็กเติบโตมาพร้อมกับพ่อแม่ที่เอาใจอย่างดี แสดงความรักอย่างเปิดเผย เด็กก็จะรู้สึกว่าตนเองมีค่า มีความมั่นใจ ตรงกันข้ามหากเด็กโตมาพร้อมกับการตำหนิว่ากล่าว พ่อแม่ไม่ใส่ใจ โดนตีบ่อยๆ หรือแม้กระทั่งโดนเพื่อนล้อเลียน ก็จะรู้สึกว่าตนเองไม่สำคัญ ไม่มีความมั่นใจในตนเองและติดเป็นนิสัยเมื่อเป็นผู้ใหญ่

หากจะให้แยกว่าคนไหนมั่นใจตนเอง คนไหนไม่มั่นใจตนเอง สังเกตจากภายนอกคงไม่ได้เพราะบางคนเวลาทำงานดูเป็นคนมุ่งมั่น เด็ดเดี่ยว แต่ภายในก็อาจจะคิดกังวลเป็นทุกข์อยู่คนเดียว ซึ่งไม่มีใครรู้ความจริง โดยทั่วไปคนที่ขาดความมั่นใจในตนเอง ไม่รักตนเองจะมีลักษณะนิสัยดังต่อไปนี้

  • ปิดบังตัวตนไว้ภายใน เป็นประเภทแสดงออกว่าตนเองมีความมั่นใจในตนเอง ประสบความสำเร็จ แต่จริงๆ กลัวมากว่าสักวันตัวตนที่แท้จริงของตนจะมีคนรู้ คนประเภทนี้มักติดอยู่กับความคิดสมบูรณ์แบบ การแข่งขันแก่งแย่ง และกลัวการสูญเสีย

  • ต่อต้านผู้อื่น เป็นประเภทไม่สนใจความคิดเห็นของคนอื่น มักขัดแย้งกับผู้บริหารหรือกฎเกณฑ์ต่างๆ แต่จริงๆ แล้วทำเพราะรู้สึกโกรธตนเองที่ทำอย่างไรก็รู้สึกไม่พอ ไม่มีความสุข

  • คิดว่าเป็นผู้แพ้เสมอ เอาความทุกข์ หรือความลำบากของตนมาเป็นเกราะ หรือข้ออ้างสำหรับตนเอง คนประเภทนี้มักพึ่งพาแต่ผู้อื่นและมักจะทำสิ่งต่างๆ ได้ต่ำกว่าที่คาดหวังไว้เรื่อยไป 

  • คิดแบบเหมารวม หากเคยผิดพลาด หรือล้มเหลวครั้งหนึ่งแล้ว ก็คิดว่าครั้งต่อๆ ไปก็จะพลาดไปตลอด

  • ประเมินมาตรฐานตนเองต่ำเกินไป แทนที่จะพูดถึงคุณสมบัติด้านดีที่แท้จริงของตน ก็ยกข้อเสียมาอ้าง บั่นทอนภาพลักษณ์ตนเองเสียหมด

  • คิดแบบสุดโต่ง คนประเภทนี้คิดอยู่เพียงสองด้าน นั่นคือ ถ้าไม่ดีสมบูรณ์พร้อม ก็ไร้ค่าไม่เคยมีความคิดแบบทางสายกลาง 

  • โทษแต่ตัวเอง มักกล่าวโทษตัวเองสม่ำเสมอ ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ความผิดของตนเอง

  • ช่างเปรียบเทียบ มักเอาข้อด้อยตนเองไปเปรียบเทียบกับข้อดีของคนอื่นๆ เป็นประจำ ทำให้ตนรู้สึกแย่มากขึ้น

  • คิดไปเองคนเดียว ชอบสรุปว่าคนนั้น คนนี้ไม่สนใจ โกรธ เกลียดตนเอง ฯลฯ ซึ่งไม่มีมูลจริงเท็จว่าอีกฝ่ายหนึ่งจะคิดแบบนี้ หรือคาดหวังว่าทุกสิ่งที่ทำจะเป็นไปอย่างที่คิดทุกประการ

  • แบกทุกอย่างไว้บนบ่า รู้สึกว่าตนเองต้องรับผิดชอบ จัดการทุกอย่าง แม้ว่าจะเป็นเรื่องสุดวิสัย ไม่สามารถควบคุมได้ ก็จะรู้สึกว่าตนเองโดนลงโทษ โดนแกล้ง

    หากคุณมีแนวคิดเช่นนี้ ยิ่งทำให้รู้สึกผิดหวัง ท้อแท้ ไม่มีความมั่นใจและรักตนเองน้อยลงทุกที แต่จะให้เปลี่ยนความคิดแบบปัจจุบันทันด่วนย่อมเป็นไปไม่ได้ เพราะการเปลี่ยนแปลงความคิดต้องใช้เวลาพอสมควร และค่อยๆ ปรับเปลี่ยนจนดีขึ้นเรื่อยๆ

    โดยหลักความคิดง่ายๆ ที่จะช่วยเพิ่มความมั่นใจและรักตนเองมากขึ้น มี 12 วิธีหลักๆ ดังนี้

    1. อย่าเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่น เป็นหลักการง่ายๆ แต่หลายคนก็ยังทำใจแข็งไม่ได้เสียที วิธีแก้คือ ต้องทำใจยอมรับตัวตนของเราที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ เช่น สีผิว รูปร่าง ฯลฯ ทุกคนเกิดมาย่อมแตกต่างกัน ดังนั้นจงรักตนเอง ภูมิใจในสิ่งที่เราเป็นดีที่สุด

    2. จงเปรียบกับคนที่ด้อยกว่า สำหรับคนที่กำลังท้อแท้ คิดว่าตนเองแย่ที่สุดแล้ว ให้หันมามองผู้ที่ลำบากกว่า หรือจะลองเป็นอาสาสมัครไปเยี่ยมผู้ยากไร้ขาดโอกาสดูบ้างก็ได้ เพราะการทำเช่นนี้นอกจากจะสร้างกำลังใจให้ตนเองต่อสู้กับความยากลำบากแล้ว ยังได้บุญกุศลอีกด้วย

    3. ไม่ได้อยู่คนเดียวในโลก ไม่ควรคิดว่าไม่มีใครเข้าใจปัญหาของเรา หรือไม่มีใครสนใจ อันที่จริงหากเรามองไปรอบด้าน ก็จะเห็นว่าหลายคนยินดีที่จะช่วยเหลือเรา เพียงแต่ว่าเราไม่ได้เอ่ยปากขอร้องเท่านั้นเอง แน่นอนว่าหากเราตกที่นั่งลำบาก และสิ่งที่ขอให้ช่วยก็ไม่ได้เหนือบ่ากว่าแรงนัก เชื่อว่ามีคนเต็มใจช่วยแน่นอนค่ะ

    4. พูดคุยกับเพื่อน เมื่อไรที่มีปัญหาหนักใจ อย่าลังเลที่จะปรึกษาเพื่อนสนิท หรือว่าหากเกิดขัดใจกันขึ้นมา อย่าลังเลที่จะเปิดอกพูดคุยกัน อย่าปล่อยทิ้งไว้ให้เป็นปัญหาคาใจ

    5. ปรึกษานักบำบัด หากพบว่าตนพยายามแก้ไขวิธีคิดแล้ว แต่ไม่สำเร็จสักที ให้นัดเวลาพูดคุยกับนักบำบัด หรือจิตแพทย์ก็ได้ ไม่ต้องกลัวหรืออายว่าคนอื่นจะหาว่าบ้า เพราะหากปล่อยให้กังวลใจอยู่เช่นนี้สุขภาพจิตเสียแน่นอน

    6. ให้รางวัลตนเอง หลังจากที่ผ่านงานยากๆ หรืออุปสรรคหนักๆ เช่น ไปท่องเที่ยวพักผ่อน นัดสังสรรค์กับเพื่อนรู้ใจ

    7. เก็บความภูมิใจลงในบันทึก ให้จดบันทึกข้อดี ลักษณะเด่น ความสามารถพิเศษ หรือความสำเร็จที่ตนเองภาคภูมิใจลงบนไดอารี่ หรือสมุดจด อาจทำเครื่องหมายเน้นผลงานที่ทำสำเร็จ เพราะเมื่อไรที่หยิบมาอ่านจะได้ชื่นใจ เกิดความภูมิใจในความสามารถของตนเอง หรืออาจใช้วิธีประเมินตนเองอย่างยุติธรรม โดยจดสิ่งที่ตนทำสำเร็จในแต่ละวัน แล้วประเมินอาทิตย์ละครั้ง เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ตนเอง

    8. เสริมจุดเด่นลดจุดด้อย อย่าลังเลที่จะเรียน หรือทำกิจกรรมที่ตนเองชอบ ไม่แน่คุณอาจจะมีพรสวรรค์บางอย่างซ่อนอยู่แบบไม่รู้ตัวมาก่อนก็ได้

    9. พยายามทำกิจกรรมที่ตนชื่นชอบ ไม่ต้องกังวลว่าต้องไปตามลำพังตราบใดที่ยังชอบและมีความสุขกับกิจกรรมนั้นๆ เช่น ไปเรียนวาดรูป เรียนภาษาต่างประเทศ ฯลฯ นอกจากจะทำให้จิตใจแจ่มใส ยังอาจจะได้รู้จักเพื่อนใหม่ เจอคนหลากหลายมากขึ้น

    10. อย่าโทษตัวเองไปเสียทุกเรื่อง ปรับวิธีคิดให้มีเหตุและผลมากขึ้นกว่าเดิม

    11. เผชิญหน้ากับการว่ากล่าว การว่ากล่าวนับว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่ทุกคนต้องพบเจอ แต่สำหรับคนที่ขาดความมั่นใจจะเกิดอาการสะเทือนใจมากกว่าคนอื่น เพื่อจะลบความรู้สึกนี้ก่อนอื่นต้องพิจารณาวัตถุประสงค์ของการว่ากล่าว เช่น ติเพื่อก่อ หรืออคติ หากเข้าข่ายประเด็นหลัง อย่าเก็บมาใส่ใจ เพราะจะยิ่งบั่นทอนความมั่นใจให้ลดน้อยลงไปอีก แต่หากเป็นเหตุผลแรก ให้ยิ้มสู้ รับฟังและกล่าวขอบคุณ นำคำตินั้นมาปรับปรุงพัฒนาตนเอง

    12. ดูแลสุขภาพตนเอง พยายามออกกำลังกายสม่ำเสมอ กินอาหารที่มีประโยชน์ รักษาความสะอาด นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ วิธีดูแลตนเองเช่นนี้นอกจากจะให้บุคลิกภาพดูดีขึ้นแล้ว ยังทำให้จิตใจแจ่มใสอีกด้วย ไม่ให้จิตใจจดจ่อ หมกมุ่นอยู่กับข้อด้อยของตนเองมากไป

     

    การเปลี่ยนแปลงความคิดตนเองเพื่อเพิ่มความมั่นใจอาจดูยาก และใช้ความอดทนพอสมควร แต่ความมั่นใจนี้เองจะทำให้คุณมีความสุขกับชีวิต กลายเป็นคนใหม่ที่รักและพอใจกับสิ่งที่คุณเป็น

    ...เป็นคนไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง เลยหาอะไรอ่านเรื่อยเปื่อย..อิอิอ่านแล้วจะมั่นใจเพื่มมากขึ้นรึป่าวน๊า

    http://women.msnth2.com/articles/646/46000969.aspx


  • ฉันเดินตามรอยเท้าอันรวดเร็วของพ่อโดยไม่หยุดผ่านเข้าไปในป่าใหญ่ น่ากลัว ทึบ แผ่ไปโดยไม่มีที่สิ้นสุด มืด และกว้าง มีต้นไม้ใหญ่ใหญ่เหมือนหอคอยที่เข้มแข็ง พ่อจ๋า...ลูกหิวจะตายอยู่แล้วและเหนื่อยด้วยดูซิจ๊ะ...เลือดไหลออกมาจากเท้าทั้งสองที่บาดเจ็บของลูก ลูกกลัวงู เสือ และหมาป่า พ่อจ๋า...เราจะถึงจุดหมายปลายทางไหม?
    ลูกเอ๋ย...ในโลกนี้ไม่มีที่ไหนดอกมที่มีความรื่นรมย์และความสบายสำหรับเจ้า ทางของเรามิได้ปูด้วยดอกไม้สวยสวย จงไปเถิด แม้ว่ามันจะเป็นสิ่งที่บีบคั้นหัวใจเจ้า พ่อเห็นแล้วว่า หนามตำเนื้ออ่อนอ่อนของเจ้า เลือดของเจ้าเปรียบดั่งทับทิมบนใบหญ้าใกล้น้ำ น้ำตาของเจ้าที่ไหลต้องพุ่มไม้สีเขียว เปรียบดั่งเพชรบนมรกตที่แสดงความงามเต็มที่
    เพื่อมนุษยชาติ จงอย่าละความกล้าเพื่อเผชิญกับความทุกข์ให้อดทนและสุขุม และจงมีความสุขที่ได้ยึดอุดมการณ์ที่มีค่าไปเถิด...ถ้าเจ้าต้องการเดินตามรอยเท้าพ่อ...

    บทความเทิดพระเกียรติเนื่องในวโรกาสที่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
    ทรงมีพระชนมายุครบ 4 รอบพระชันษา


    Blog Tag ทำดีเพื่อพ่อคืออะไร?

    เนื่อง ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2550 พวกเราในฐานะคนเขียนบล็อก/เว็บไดอารี่ ขอถวายพระพรให้พระองค์ทรงพระเจริญ มีพระพลานามัยที่แข็งแรง และพวกเราปรารถนาที่จะทำความดีคนละหนึ่งอย่างเพื่อพ่อหลวงของพวกเรา

    Blog Tag ทำดีเพื่อพ่อ คือการเขียนลงในบล็อกว่าตั้งใจจะทำความดีอะไรหนึ่งอย่างเพื่อพ่อ แล้วส่งต่อไปให้คนอื่นอีก 5 คนเพื่อให้เขียนบล็อกแบบเดียวกัน

    กติกา
    * ให้ copy เนื้อหาในหัวข้อ Blog Tag ทำดีเพื่อพ่อคืออะไร? ที่อยู่ด้านบน และหัวข้อกติกานี้ นำไป paste ลงในบล็อกของคุณ * เขียนบอกว่าใครที่ tag มาหาคุณ โดยให้ทำลิงก์ไปยังบทความที่ tag มาหาคุณด้วย เพื่อที่คนที่เข้ามาอ่านบทความของคุณ จะได้ตามไปอ่านบทความของคนที่ tag หาคุณได้ เขียนความดีหนึ่งอย่างที่คุณตั้งใจจะทำเพื่อพ่อ ถ้านึกไม่ออกว่าจะเขียนอะไร ให้เข้าไปดูในเว็บhttp://www.dogood.or.th/


    * * ให้ tag ไปหาคนอื่นอีก 5 คนเพื่อให้เขาทำเช่นเดียวกับคุณ โดยให้ทำลิงค์ไปยังบล็อกของทั้ง 5 คนด้วย และถ้าเจ้าของบล็อกเข้ามาเขียนบทความแล้ว ก็ให้แก้ลิงค์ไปที่ตัวบทความเลย คนที่เข้ามาอ่านบทความของคุณแล้วจะตามอ่านของคนที่คุณ tag ไปหา จะได้ไม่ต้องเสียเวลาหาว่าบทความอยู่ที่ไหนในบล็อก เข้าไปขอแบนเนอร์โครงการทำดีเพื่อพ่อจากเว็บ http://www.dogood.or.th/banner_exchange/ แล้วนำมาติดในบทความที่คุณเขียน

    * * * เข้าไปแจ้งที่ http://blog.macroart.net/dogood/  ว่าคุณได้เขียนบทความทำดีเพื่อพ่อแล้ว ข้อนี้สำคัญที่สุด เมื่อเขียนว่าจะทำดีอะไรแล้ว ขอให้มีความตั้งใจมั่นและลงมือทำความดีที่เขียนไว้ให้สำเร็จ สังคมเราจะดีขึ้นเพียงแค่ทุกคนช่วยกันทำความดีกันคนละเล็กคนละน้อย


    ได้รับมาจาก ::: เอ๋..http://lastlogin.multiply.com/journal/item/50

    ******** ทำดีอะไรดีนะ....พยายามคิดแต่สิ่งที่ดีๆแล้วกัน เพราะคิดดีแล้วการกระทำก็คงดีตามด้วย********


    จากอุ๊ยเดียร์  http://lattecute.multiply.com/journal/item/156

    REF : http://smcharity.multiply.com/journal/item/29
    วัตถุประสงค์ : ช่วย pr ข่าวการทำบุญเจ้า

    1. รู้จัก http://sawasdeemultiply.multiply.com หรือ SM มะ - รู้จักเจ้า..อุ๊ยๆติดปากมาจากอุ๊ยเดียร์..

    2. เข้าบ่อยมั้ยเว็ปนี้ - ก็บ้างเจ้า ..ติดมาอีกแระ อิอิ

    3. สมาชิกตั้ง 2000 คนแล้วรู้ปะ - ปอปปูล่าร์มั่กๆ

    4. พลพรรค SM เค้ารวมตัวกันจัดนิทรรศการเพื่อทำบุญนะ - ดีจังคร่า


    5. ทำบุญที่วัดพระบาทน้ำพุอ่ะ  - ค่ะ

    6. รู้จัก SMCharity - The other side of love มั้ย - รู้จักบ้างค่ะ

    7. ว่างๆ ลองไปดูที่เว็บนะ http://smcharity.multiply.com - ได้ค่ะ

    8. ชอบมะ โครงการแบบนี้ - ชอบค่ะ


    9. บริจาคเงินปะ - ยังไม่ได้บริจาคเลยเจ้า อยากบริจาครูปแต่รูปไม่สวยกลัวขายไม่ออก..คิดเหมือนคนแทคมาเจ้า


    10. ตอนนี้ยอดเงินบริจาค ทะลุหมื่นแล้วเชื่อปะ - ยินดีด้วยค่ะ

    11. อยากช่วยหาสปอนเซอร์มั้ย - ไม่ค่อยรู้จักใครซะด้วย..เหมือนเจ้าของแทคอีกแระค่ะ

    12. รู้มั้ยว่าฟูจิฟิล์มเค้าจะอัดรูปให้หมดเลย - ฟูจิจงเจริญญญญญญญ..ไปอัดรูปคราต่อไปส่วนตัวขอแผ่นละบาทนะคะ

    13. เค้าจะจัดเดือนพฤศจิกายน 2007 นะ - ดีจังค่ะ


    14. ที่ร้านปลาดิบ ซอยอารีย์นะ - แบบว่าอยู่นอกเมืองไม่ค่อยรู้จักข้างในเยย


    15. จะมีโปสการ์ดทำมือขายด้วยล่ะ - อยากช่วยหนับหนุนค่ะ


    16. อยากบริจาคอะไรให้ผู้ป่วย HIV มะ - เขาต้องการอะไรมั่งละคะ


    17. รูปที่เพื่อนๆ บริจาคเข้ามามีตั้ง 288 รูปแน่ะ - อยากบริจาคมั่งนะแต่เหมือนที่บอกเราไม่ค่อยสวยเอาซะเลย


    18. อย่าลืมไปโหวตรูปนะ - ค่ะ


    19. โหวตที่นี่ http://www.infomisc.com/poll/form.php - ตามๆๆปายๆค่ะ

    20. จะ Tag ต่อมั้ย 5 คน - ใครเข้ามาอยากร่วมทำบุญเชิญเลยค่ะ


    Blog Entryแผ่นดินSep 15, '07 3:39 AM
    for everyone

                          แผ่นดิน                  

       ไม่มีดินผืนใดให้ไออุ่น เท่ากับดินที่คุณถือกำเนิด
    ไม่มีดินผืนใดดูมั่นคง เท่ากับดินที่ลงสำมะโนครัว
    ไม่มีดินผืนใดให้คุณเดิน เท่ากับดินที่คุณเดินตอนตั้งไข่
    ไม่มีดินผืนใดมีความหมาย เท่ากับดินสุดท้าย ของเผ่าพันธุ์........

    ไม่มีชัยชนะใดยิ่งใหญ่ เท่ากับชัยชนะเหนือใจตน
    ไม่มีภัยผองใดเหี้ยมโหดร้าย เท่ากับภัยผองไทยทำร้ายตน
    ไม่มีเงินไม่มีทองยังไม่หมองเศร้า มีแผ่นดินปลูกข้าวเราอยู่ได้
    ไม่มีเงินไม่มีทองค่อยหาใหม่ บนแผ่นดินสุดท้าย ของไทยทุกคน

    อย่ามัวแต่ฝัน อย่ามัวแต่คิด ฝันถึงคิดถึง
    แต่ประโยชน์ส่วนตัว เห็นแก่ตัว คนเห็นแก่ตัว
    แผ่นฟ้าจะมัว แผ่นดินจะหมอง นองน้ำตา
    แผ่นดินเดือดร้อน ผู้คนหมองไหม้ ผู้คนใจร้าย
    แผ่นดินเดือดร้อน แผ่นดินเหือดหาย
    ผู้คนเหือดสิ้น หมดสิ้นแผ่นดิน หมดสิ้นเผ่าพันธุ์.......

    ไม่มีดินผืนใดให้ไออุ่น เท่ากับดินที่คุณถือกำเนิด
    ไม่มีดินผืนใดดูมั่นคง เท่ากับดินที่ลงสำมะโนครัว
    ไม่มีดินผืนใดให้คุณเดิน เท่ากับดินที่คุณเดินตอนตั้งใข่
    ไม่มีดินผืนใดมีความหมาย เท่ากับดินสุดท้ายของเผ่าพันธุ์
    ไม่มีดินผืนใดมีความหมาย เท่ากับผืนดินไทยของคนไทย

     


    Blog Entryเคล็ดปาฏิหารย์ 41Sep 15, '07 2:57 AM
    for everyone

    หลายสิ่งในชีวิตเรา  มักหายไปกับเวลา

    จนในบางครั้ง เราเริ่มรู้สึกได้ว่า...

    เวลา...ค่อยๆ  เอาอะไรต่อมิอะไรในชีวิตเราไปที่ละอย่างสองอย่าง เอาไปเรื่อยๆ

    แม้กระทั่งสิ่งที่เราเพิ่งได้มาเมื่อซักครู่นี้เอง  ก็ยังไม่เว้น

    สิ่งที่เป็นธรรมดา  อันเป็นธรรมชาติ

    ก็คือสิ่งที่ได้มา และเสียมันไป

    เวลา.... ก็เป็นอีกอย่างหนึ่งในชีวิตเรา ที่เราได้มันมาและก็เสียมันไป

    โดยที่เราไม่มีโอกาสได้คืนมา

    เวลา....เป็นสิ่งที่เราเอาคืนมาไม่ได้

    แต่เราสามารถใช้เวลาที่เราได้มา  ทำในสิ่งที่มีคุณค่าให้เกิดขึ้นกับชีวิตได้

    เพราะทุกวินาทีมีค่ายิ่งนัก

    อย่าปล่อยให้มันไปจากเราไปเฉยๆ โดยไม่ได้ทำอะไร

    จงทำในสิ่งทีเห็นว่ามันคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป

    เพราะเมื่อเวลาผ่านไปแล้วไม่กลับคืนมา

    เรายังหลือผลพวงจากการใช้เวลาที่เรามีและเสียไป

    ทิ้งไว้ให้เราชื่นชมกับมันตลอดไป

    โดยไม่เสียเวลาไปเปล่า

    ..... อ.พนม  ปีย์เจริญ....Miracle 0f Life ..77 เคล็ดปาฏิหาริย์



    ดีใจจัง ฮืออ...ได้แทคมาจาก ใครไม่รู้จัก http://yoot192.multiply.com/journal/item/30 รูปที่บอกตัวเองใช่รึป่าวนะ จัดให้ๆๆๆ เปนคนชอบเที่ยวๆๆทะเลภูเขาเขียวๆ แต่ที่จัดมาไม่มีทะเลเลยแฮะ ชอบอะไรๆๆที่เปนสีชมพู ชอบกินไอศครีมเค้กที่สุด ชอบอ่านหนังสือที่ไร้สาระ อิอิ.. ชอบมองฟ้ากอ้อยู่ใต้ท้องฟ้านี่นา..ชอบกินส้มตำจัง โดยเฉพาะปลาร้าฮรี่ๆ.. ที่สำคัญชอบถ่ายรูปปปปเป็นที่สุดดดดเลยยยย แล้วก้อรัยอีกล่ะนึกไม่ออกแล้ววว นึกได้แล้วจะมาเพิ่มละกัน(เอ..รูปที่จัดให้10นะแต่จัดแล้วเปนงี้เองนะ)

    ไปอ่านเจอมา..

    มีข้อความดีๆ มาฝาก .... เรื่องอะไรลองอ่านเอาเองนะ ...

    สูตรสู่ความสำเร็จ

    ถ้า A B C D E F G H I J K L M N O P Q R S T U V W
    X Y Z

    มีค่าเท่ากับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23
    24 25 26

    แล้วจะพบว่า......

    1) H+A+R+D+W+O+R+K = 8+1+18+4+23+15+18+11 = 98%

    HARD WORK หรือ ทำงานหนัก มีค่าเท่ากับ 98 %

    2) K+N+O+W+L+E+D+G+E = 11+14+15+23+12+5+4+7+5 = 96%

    KNOWLEDGE หรือ ความรู้ มีค่าเท่ากับ 96 %

    3) L+O+V+E=12+15+22+5 = 54%

    LOVE หรือ ความรัก มีค่าเท่ากับ 54 %

    4) L+U+C+K = 12+21+3+11 = 47%

    LUCK หรือ โชค
    มีค่าเท่ากับ 47 %


    Q ; ไม่มีสิ่งใดที่มีค่า 100 % เลยหรือ !!!
    แล้วสิ่งใดที่มีค่าเท่ากับ 100 %

    - ใช่เงินหรือเปล่า ?……… .... .....ไม่ใช่ !!!!!

    - ความเป็นผู้นำหรือเปล่า ?………ไม่ใช่ !!!!!


    Q ; แล้วอะไรล่ะ ?

    Ans. ; A+T+T+I+T+U+D+E = 1+20+20+9+20+21+4+5 = 100%

    ATTITUDE หรือ ทัศนคติ นั่นเอง
    ที่มีค่าเท่ากับ 100 %


    ท่านคิดเช่นนั้นหรือไม่ ทุกปัญหามีทางออก . . บางทีแค่เพียงแต่เราเปลี่ยน
    "ทัศนคติ "

    ของเราเสียใหม่เท่านั้นเอง มีเพียงแต่ “ทัศนคติ” ของเราเท่านั้น
    ที่จะเป็นตัวนำทาง ไปสู่ความสำเร็จในชีวิต และงานที่ทำ

    ความคิด & ทัศนคติ

    สุดท้าย .... ลงมือทำ


    Blog Entry Tagggggggggg กาเป๋า....May 1, '07 10:20 AM
    for everyone
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
    จากแทคน้องปุยคร่า......http://puijiko.multiply.com/journal/item/9?mark_read=puijiko:journal:9
    น้องปุยยยยย ทำเหตุ...เจอคดีค้นกระเป๋าค่ะปกติไม่เคยเปิดกระเป๋าให้ใครดูเลยยย..กลัวคนอื่นทนดูกระเป๋าตัวเองไม่ได้..เพราะเน่าสนิท..อิอิ..
     
    เปนคนชอบถือกระเป๋าใบใหญ่ๆหน่อยเพราะจุของได้แยะดี..ไปไหนไม่ได้หิ้วกระเป๋าไปด้วยรู้สึกแปลกๆ..มีใบโปรดดดหลายใบ..ส่วนมากได้มาใหม่ๆจะเห่อๆๆเปนพิเศษ..ใบนี้ก้อชอบบบ ได้มาประมาณ 2 สัปดาห์ จากหนามหลวง2 ค่ะ.. ของบรรจุกอ้ตามๆแบบที่มีให้ดู จริงๆของเน่ากว่านี้ บางอย่างไม่ใช้แต่พกไปทำไมก้อไม่รู้แฮะ..



     
     
     
     


     

      สิ่งที่ยังไม่เกิด ความคิดนี่แหละ
    ที่บั่นทอนพละกำลังส่วนหนึ่งของความสุขที่ควรจะเกิด ควรจะมี ให้ลดน้อยลงไป
    บางขณะ เราน่าจะทำชีวิตให้ดีกว่านั้นได้ง่ายๆ
    แต่เพราะความคิด ความกังวล

    ทำให้สิ่งที่น่าจะง่าย กลายเป็นสิ่งยุ่งยาก
    ถ้าความคิดบางอย่าง ยิ่งคิด ยิ่งเศร้า ยิ่งทำให้กังวล
    ยิ่งไม่มีความสุข ยิ่งหวาดกลัววันข้างหน้า ก็อย่าไปคิดมันเลย
    แค่ทำวันนี้ให้มีความสุข ทำให้ดีที่สุดกับเวลานี้ที่มีโอกาสนี้...
    บางที ใครจะรู้ว่า อะไรๆที่ไปกังวลนั้น อาจจะมาไม่ถึงก็ได้..

    ชีวิตอาจไม่ยาวนานถึงขนาดนั้น
    ไม่มีใครรู้ว่าพรุ่งนี้ จะตื่นหรือเปล่า
    อย่ากังวลกับอะไรที่ยังมาไม่ถึง...
    มองวันนี้ ทำวันนี้ มีความสุขกับทุกวินาทีนี้ .....
    ที่ยังหายใจอยู่ดีกว่า เวลามีพอเสมอสำหรับความสุข .

    ความทุกข์สร้างสิ่งมหัศจรรย์ ชีวิตที่พบความทุกข์ เป็นชีวิตที่แท้...
    ไม่มีความทุกข์ก็ไม่มีการเติบโต
    ความทุกข์เป็นพลังขับเคลื่อนให้หลายอย่างเกิด
    ไม่มีใครไม่มีความทุกข์ เพราะนั่นคือการเป็นชีวิต
    ความทุกข์สอนให้แต่ละคนเข้มแข็งในแง่มุมต่างๆ
    ถ้าความทุกข์ไม่เข้ามาหา ก็จะไม่รู้ว่า ความสุขที่แท้เป็นอย่างไร
    ไม่มีความทุกข์ ก็ไม่รู้จักความสุข......
    เพราะความทุกข์พิสูจน์ความเป็นคน อ่อนแอ หรือเข้มแข็ง
    ความทุกข์เป็นสิ่งท้าทายความสามารถ.....

    ต่างจากความสุข ที่ทำให้อ่อนแอ มองโลกง่ายๆ แคบๆ
    ความสุขเหมือนฝนพรำสาย
    อ่อนโยน งดงาม บางเบา แต่ว่างเปล่า ไม่มีการเรียนรู้ใดในความสุข.......
    เมื่อใดที่มีความทุกข์ ควรยิ้มรับ และคิดว่าโชคดีที่ได้เจอความทุกข์
    ได้เรียนรู้การแก้ปัญหา ได้สงบ ได้สติ ได้ความนิ่ง ได้รู้จักโลก รู้จักตัวเอง
    รู้จักการเติบโตทุกๆก้าว
    ให้กำลังใจตัวเองมากๆ บอกตัวเองว่า

    โชคดีที่วันนี้มีความทุกข์
    เพราะเมื่อผ่านความทุกข์ ความสุขก็จะรออยู่เบื้องหน้า...
    จงใช้ความทุกข์สร้างสิ่งมหัศจรรย์ให้กับชีวิต.
    **************************************************

     


    Blog Entry*TaG WPP*Apr 21, '07 1:23 PM
    for everyone


    http://lattecute.multiply.com/journal/item/108?mark_read=lattecute:journal:108&replies_read=24

    ส่งการบ้านคุณคู..ที่รักกกกกก (เดียร์)..ช้าๆๆๆๆๆๆๆๆมากกกเลย อย่าลงโทษนู๋นะ.. ก้อนักเรียนฉลาดน้อยไปหน่อยต้องถาม คุณคูผู้รู้อีก(ขอบคุณค่ะ)..เลยช้าๆๆๆ แต่ช้าไงกอ้ส่งแล้วนะ...

    1.พูดถึงwwp.............  เปิดคอมมาสิ่งแรกที่เห็นคือหน้าจอ..เพราะฉะนั้นชอบอะไรก้อจะเก็ยไว้หน้าจอจะได้ชื่นชมอยู่เป็นนิจจจจ จริงๆแล้วเปลี่ยนบ่อยๆ ตามอารมณ์ปรารถนา

    2.OS.... Window XP 

    3.ได้มายังไง.............. ถ่ายจากที่เที่ยวๆมา ชอบๆๆๆ 

    4.เหตุผลที่ชอบ........... เพราะโดยนิสัยชอบท่องเที่ยวตามแหล่งธรรมชาติ..แต่นานๆได้ไปที เห็นแล้วนึกถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่เคยไปมา..จะได้มีกำลังใจทำงานหาตังค์ไปเที่ยวอีก..อิอิ   มิหวังเก็บเล๊ย...

    แทคคใครดี.. ใครอยากลองเล่นได้เลยค่ะ..หรือไม่ก้อ..สุดท้ายคือฉันละกัน....


    Blog Entryเชือกกับปัญหา Apr 1, '07 1:46 PM
    for everyone

    ไปอ่านเจอมา อ่านแล้วถูกใจจัง

    .....การแก้ปัญหาในชีวิต ก็ไม่ต่างอะไรกับการแก้เชือกเลย....

    ตอนเด็ก ๆ ฉันเคยหัวเสียกับเชือกที่พันกันยุ่งเหยิง

    ยิ่งแก้ยิ่งอารมณ์เสีย

    ฉันร้องห่มร้องไห้ โทษดินฟ้าอากาศ

    แล้วคิดว่าทำไมฉันต้องทนกับเจ้าเชือกไร้สาระพวกนี้ด้วย

    เลยใช้มีดตัดๆ ตัดจนเชือกขาดเป็นชิ้นๆ (สะใจจริง)

     พอหายโมโห

    ฉันนั่งมองกองเชือกขาดๆ ที่ไร้ประโยชน์

    (โถช่างน่าสงสารจริงๆ ทั้งตัวเองและเชือก)

     แต่แล้วครั้งต่อมา พอเชือกพันกันอีก...

    ฉันก็ใช้มีดตัดมันอีกอย่างไม่คิดอะไร

     

    จนวันหนึ่ง...

    ฉันเห็นแม่นั่งแก้เชือก ที่พันกันกองโต

    มันยุ่งชนิดที่ว่า

    ชาตินี้คงไม่สามารถกลับมาเป็นเส้นตรงได้เหมือนเดิม

     

    ฉันเห็นแม่นั่งแก้ทุกวัน วันละนิดละหน่อย

    พอเบื่อก็ไปทำอย่างอื่น

    ทิ้งกองเชือกกองไว้ แล้วก็กลับมานั่งแก้อีก

    จนฉันรำคาญ และคิดว่า

    ทำไมแต่ต้องทนกับกองเชือกไร้สาระพวกนี้

    เลยบอกแม่ว่าเอามีดตัดมันออกเถอะ...

     

    นั่นแหละฉันถึงได้เข้าใจเมื่อแม่ตอบว่า...

    เวลาที่เชือกพันกัน เขาห้ามใช้มีดตัด ต้องแก้ออกให้ได้

    เพราะเชือกเป็นเส้นเดียวต่อให้พันกันยุ่งแค่ไหนก็แก้ได้

    ถ้าแค่เชือกพันกันแค่นี้ลูกแก้ไม่ได้

    แล้วต่อไปจะแก้ปัญหาอะไรในชีวิตได้

    ลูกก็จะแก้ปัญหาสุ่มๆ เหมือนที่ใช้มีดตัดเชือกนั่นแหละ

    ถ้าลูกไม่อดทนแก้เชือกด้วยมือตัวเอง

    ค่อยๆ แกะวันละนิดละหน่อย

    แค่นี้ทำไม่ได้แล้วจะไปทำอะไรได้

    ไม่มีอะไรยากไปกว่าความอดทนของคนหรอก...

     

    หลังจากนั่นอีก 3 วัน

    ฉันเห็นขดเชือกเส้นสวยเป็นระเบียบแขวนอยู่

    ฉันมองอย่างทึ่ง แม่ยิ้มอย่างภูมิใจ

     

    เรื่องนี้ทำให้ฉันรู้ว่า

    ปัญหาของคนเรา จริงๆ แล้วคือการหนีปัญหานั่นแหละ

    เพราะถ้าเราตั้งใจแก้มัน มีหรือจะไม่มีทางออก

    แพ้บ้าง ชนะบ้างเป็นเรื่องปกติ

    จะได้ ล้มเป็นลุกเป็น

     

    โลกสร้างปัญหา สร้างความทุกข์

    ให้เราผ่านไปให้ได้...

    ฉันไม่เคยซ้ำเติม คนที่ฆ่าตัวตายว่าเขาโง่

    เพียงแต่เขาก้าวผ่านปัญหาบนโลกไปไม่ได้

    เขาเลยเลือกที่จะหนีไปจากโลกนี้แทน

    ด้วยความขาดสติ ด้วยอารมณ์ชั่ววูบ

     

    พอวันวัยผ่านมา ตอนนี้ฉันได้รู้ว่า

    ชีวิตคนเราผิดพลาดได้ ความพ่ายแพ้เป็นเรื่องปกติ

    ไม่ใช่สิ่งเลวร้ายอะไรเลย...

    ไม่ว่าจะเหนื่อยจะท้อแค่ไหน อย่าหนีปัญหาไปเฉยๆล่ะ

    แค่บอกปัญหาว่าพักสักเดี๋ยว แล้วค่อยมาเจอกันใหม่


    Blog Entry:- ) 30 ความสุขง่ายๆFeb 22, '07 8:17 AM
    for everyone

    30 วิธีสร้างความสุข

    ******************************************************************************************

    1.นึกไว้เสมอว่าการโกรธ 1 นาที จะทำให้ความทุกข์อยู่กับคุณ 3 ชั่วโมง

    2.ถ้ายิ้มให้กับคนที่อยู่ในกระจก รับรองว่าเขาต้องยิ้มกลับมาทุกครั้งแน่

    3.ลองปลูกต้นไม้เองสักต้น การเติบโตของมันจะบ่งบอกตัวตนของคุณได้

    4.หลับตานิ่งๆสักสามนาที เมื่อรู้สึกว่าอะไรที่อยู่ตรงหน้ามันช่างยากเหลือเกิน

    5.ระหว่างแปรงฟัน ฮัมแพลงด้วยจนจบ จะทำให้ฟันสะอาดขึ้นสองเท่า

    6.เคี้ยวข้าวแต่ละคำให้ช้าลง จากที่รสชาดธรรมดา ก็จะอร่อยขึ้นเยอะเลย

    7.ไม่ว่าผมจะสั้นหรือยาวแค่ไหน ก็ต้องการให้หวีอย่างถนุถนอมเหมือนกันหมด

    8.การขึ้นลงบันใดสูงๆ แบบไม่ให้เมื่อย คือการไม